Loading...
Loading...
19 ก.พ. 60 – แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้ขอสนับสนุนกำลังเพิ่มจากทหารและตำรวจ เนื่องจากกลุ่มศิษย์ธรรมกายระดมมวลชนเข้ามาเพื่อขัดขวางการทำงานของดีเอสไอ อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด จะไม่นำกำลังบุกเข้าวัดในยามวิกาล แต่จะใช้วิธีตรึงกำลังปิดล้อมรอบพื้นที่ เนื่องจากประเมินแล้วว่าการบุกเข้าไปช่วงกลางคืนสุ่มเสี่ยงเกิดความเสียหาย ซึ่งเป็นข้อกังวลที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด “ดีเอสไอจะขยับมาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยในคืนนี้จะตัดระบบสาธารณูปโภค น้ำไฟในวัด ซึ่งดีเอสไอสามารถกระทำได้ตามคำสั่ง คสช.” แหล่งข่าวระบุ ทั้งนี้ได้มีการจัดเตรียมกำลังตำรวจจากจังหวัดสมุทรปราการ และ จังหวัดสระบุรี จำนวนกว่า4กองร้อย หรือกว่า 600 นาย ตรึงกำลังไว้ที่บริเวณประตู 5-6 เลียบคลองแอน วัดพระธรรมกาย หลังเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้พังรั้วกั้นเข้าไปนั่งสวดมนต์ บริเวณลานทางเข้าประตู 5-6 เพื่อขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
พลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ไม่ใช้อาวุธกับปฏิบัติการในครั้งนี้ พร้อมแบ่งส่วนปฏิบัติงานเป็นสองชุด ชุดละ 2 กองร้อย ตั้งแถวดันให้ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เข้าไปภายในประตู 5และ 6 ของวัดพระธรรมกาย ส่วนบุคคลที่ไม่ประสงค์เข้าไปในพื้นที่เจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ออกจากพื้นที่ไปได้ พร้อมกังวลมือที่ 3 สร้างสถานการณ์ หลังสกัดจับอาวุธปืนได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทั้งนี้จนล่าสุด (18.30 น.) ทางดีเอสไอยังไม่ได้รับการประสานจากพระสงฆ์วัดพระธรรมกายจำนวน14 รูป ที่ต้องเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอตามคำสั่งที่ต้องมารายงานตัวภายในเวลา 18:00 น.
พลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ไม่ใช้อาวุธกับปฏิบัติการในครั้งนี้ พร้อมแบ่งส่วนปฏิบัติงานเป็นสองชุด ชุดละ 2 กองร้อย ตั้งแถวดันให้ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เข้าไปภายในประตู 5และ 6 ของวัดพระธรรมกาย ส่วนบุคคลที่ไม่ประสงค์เข้าไปในพื้นที่เจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ออกจากพื้นที่ไปได้ พร้อมกังวลมือที่ 3 สร้างสถานการณ์ หลังสกัดจับอาวุธปืนได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทั้งนี้จนล่าสุด (18.30 น.) ทางดีเอสไอยังไม่ได้รับการประสานจากพระสงฆ์วัดพระธรรมกายจำนวน14 รูป ที่ต้องเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอตามคำสั่งที่ต้องมารายงานตัวภายในเวลา 18:00 น.
