Loading...
Loading...
“กูอยากให้จัดการจริงจัง”คำพูด”หลวงพ่อคูณ”ต่อกรณี”ธรรมกาย-ธัมมชโย” ถึงขนาดพระอริยสงฆ์ต้องเทศน์ชัดขนาดนี้ ทำไมสาวกถึงไม่เข้าใจเสียที(รายละเอียด)
จากที่เป็นข่าวดังอยู่ตอนนี้ ในเรื่องของวัดพระธรรมกายนั้น หลังจากที่ ทางด้านเว็บไซต์ของราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕/๒๕๖๐ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ลงวันที่ 15 ก.พ. 60 เรื่อง มาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และเราจะมาย้อนเรื่องราวไปในสมัยที่หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ยังมีชีวิตอยู่ได้มีการเทศน์เกี่ยวกับกรณีเรื่องวัดธรรมกายไว้ว่า ก็อยากให้จับสึก “ธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2541 พระราชวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เกจิชื่อดังและเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เทศน์ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับกิจกรรมของวัดพระธรรมกายว่า กูไม่รู้จักธรรมกายหรือวัดอะไรที่บอกมาเลย
“กูก็ไม่อยากรู้จักไม่อยากญาติดีด้วย ถาม กันมากเหลือเกินเหมือนจะให้กูรู้จักให้ได้ ก็บอกให้รู้เลยว่าไม่รู้จักไม่เคยอยากรู้จัก พวกเอ็งไม่มีวัดอื่นมาถามกูเลยหรือลูกหลาน ตอนนี้กูบอกไม่รู้จัก พวกเอ็งอยากรู้จักเป็นเรื่องของพวกเอ็ง กูไม่รู้จักด้วยดอก มีวัดที่ไหนไม่ให้คนเดินไม่ให้คนเข้าไม่ให้เข้าหาเจ้าวัดมีที่ไหนลูกหลาน พวกเอ็งจำไว้วัดไม่ยอมให้คนเข้าแสดงว่าต้องมีอะไรไม่ดีงามแอบปิดบังเอาไว้ “ และหลังจากที่ สมเด็จพระสังฆราช ที่มีพระลิขิตต้องการให้จัดการพระไชยบูลย์ในข้อหาปาราชิกแล้ว ก็มีพระลิขิตอีกฉบับ เพื่อขยายความหมายของพระลิขิตฉบับที่เพิ่งออกมา โดยมีเนื้อหาใจความว่า “การโกงสมบัติผู้อื่นตั้งแต่ 5 มาสกขึ้นไปคือประมาณไม่ถึง 300 บาทในปัจจุบัน ภิกษุนั้นต้องอาบัติปาราชิกฐานผิดพระธรรมวินัยพ้นจากความเป็นพระทันที ในกรณีนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้เห็นหรือไม่ ไม่ว่าจะมีการสั่งให้สึก ไม่ว่าจะมีการจับสึกหรือไม่ก็ตาม ภิกษุผู้ละเมิดพระธรรมวินัยข้อนี้ต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากความเป็นพระโดยอัตโนมัติ”ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าในขณะที่เจ้าอาวาส วัดโคกรักษ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวอยู่นั้น หลวงพ่อคูณจะคอยพูดเสริมตลอดเวลาว่า “ใช่-ใช่ กูก็ว่าจริงอย่างที่ท่านพูดนั่นแหละ ถูกต้อง ๆ”



